 |

ที่ตั้งและการเดินทาง
ที่ทำการ ฯ ตั้งอยู่ที่ อ.ภูเรือ
รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.ภูเรือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ไปทาง อ.เมือง เมื่อเลยบ้านโนนสะอาดไปประมาณ 1 กม. ถึงบ้านสานตมให้เลี้ยวขวาไปทางลาดยาง หมายเลข ลบ.2011 เข้าไป 3 กม. จะพบสามแยกรูปตัววาย ให้ไปทางซ้าย ทางลาดยางจะสิ้นสุดที่บ้านนานน้อย ต่อจากนั้นเป็นทางลูกรังอีก 5 กม. จะถึงที่ทำการ ฯ สภาพเส้นทางช่วงสุดท้ายนี้เป็นทางขึ้นคดเคี้ยว ชันมาก ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ
รถประจำทาง ไม่มีรถประจำทางเข้าถึง จาก อ.เมืองเลย นั่งรถสายเลย-หล่มสัก ลงรถที่ อ.ภูเรือ ค่ารถ 25 บาท แล้วเหมารถไป
    |
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดเลย คือ อำเภอภูเรือ วังสะพุง ด่านซ้าย และภูหลวง มีความสูงเฉลี่ยราว 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล
พื้นที่บนภูหลวงจะมีลักษณะเป็นที่ราบบางตอนเป็นป่าสนและป่าดิบเขา ลักษณะที่สำคัญคือ ภูหลวงเป็นดินแดนแห่งพืชพรรณไม้ อาทิ กล้วยไม้
ก่อดำ สนสามใบ กุหลาบแดง กุหลาบขาว เมเปิล เป็นต้น สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชม คือ สวนสน ลานหิน ผาหิน และทุ่งหญ้า
-เปิดให้เฉพาะผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติเท่านั้น โดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าได้ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.0-2561-4292-3 ต่อ 706
-หรือ
นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อ ก่อนเข้าไปเที่ยวที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชป่าหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา อำเภอภูเรือ โทร. 0-2579-4847
-สนใจชมแปกดำ โหล่นเมย โหล่นสาวแยงคิง ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่
ภูหลวงถูกเปรียบให้เป็นดั่ง มรกตแห่งอีสาน และได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี 2517 ภูหลวงมีความสูงมากกว่า 1200 ม. จากระดับน้ำทะเลบนที่สูงแห่งนี้เป็นแหล่งรวมดอกไม้ป่านานาพรรณ ผลิดอกที่มีสีสันสวยงามเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดอกไม้ที่โดดเด่นที่สุดของภูหลวงก็คือกล้วยไม้ ซึ่งมีสวยๆ มากมายทั้งตามต้นไม้ โขดหิน และบนพื้นดิน เรียกได้ว่าเพียงก้าวขาลงจากรถก็จะเห็นดอกไม้รอต้อนรับทันที ที่น่าสนใจรองลงมาคือ พันธุ์ไม้ในเขตอบอุ่นซึ่งในไทยจะพบได้ก็เฉพาะภูเขาสูง ๆ เช่น กุหลาบแดง กุหลาบขาว ส้มแปะ เป็นต้น
ชมพรรณไม้ที่โคกนกกระบา
-กล้วยไม้จะทยอยบานหมุนเวียนกันไปตลอดปี
-ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อขอความรู้เรื่องพรรณไม ้
-กุหลาบแดงและกุหลาบขาวจะบานช่วง ประมาณ เดือน ก.พ.-พ.ค.
การเดินทาง
จากที่ทำการ ฯ ไปตามถนนลูกรังประมาณ 8 กม. รถที่ใช้ควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์และผู้ขับขี่ควรมีความชำนาญการขับรถในทางป่า
เริ่มดูดอกไม้ได้ตั้งแต่จุดตั้งต้นของเส้นทาง โดยเฉพาะกล้วยไม้ที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้านต้นไม้ เช่น ครั่งแสด เอื้องสิงโตสยาม เป็นต้น เมื่อเข้าสู่โคกนกกระบา
ซึ่งเป็นชื่อของสวนหินธรรมชาติที่เรียกตามหินใหญ่ลักษณะเหมือนกับนกตบยุงหรือนกกระบาในภาษาอีสาน ก็มักพบเอื้องตาเหิน เอื้องคำเกาะอยู่ตามโขดหิน โคนก้อนหินมักเต็มไปด้วยพืชชั้นต่ำพวกมอสและไลเคนฟองหินขึ้นเป็นพรมเขียวอยู่ทั่วไป
นอกจากล้วยไม้ตามโขดหินแล้ว ลานหินนี้ยังมีกุหลาบแดงและกุหลาบขาว
ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกสีแดงสีขาวอยู่ทั่วลาน ไม้พุ่มเล็กๆ อย่างส้มแปะและสนทรายก็ออกดอกเล็ก ๆ เป็นช่อสีขาว สวยงามมาก
ผาสมเด็จและผาเตลิ่น มีระยะทางประมาณ 2 กม. จากหน่วย ฯ เดินผ่านสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 7 ผ่านป่าดงดิบเขา ถ้ามาช่วงเดือน พ.ย. จะได้เห็นใบเมเปิลเปลี่ยนสีแดง ก่อนถึงผาสมเด็จสองข้างทางจะเต็มไปด้วยข้าวตอกฤาษีซึ่งเป็นมอสที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ผาสมเด็จเป็นหน้าผาเล็กๆ ช่วงฤดูร้อนริมหน้าผาจะมีดอกกุหลาบแดงและกุหลาบขาว โขดหินใหญ่ในบริเวณก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะมีไลเคนอยู่เต็มโขดหิน
|
 |